แชร์ด่วน!! สาวไทยโพสต์จดหมายขอความช่วยเหลือ ถูกจับติดคุกที่โอมาน 2 เดือนแล้ว พอได้รู้สาเหตุ บอกเลยสงสารเธอจับใจ!!

เกิดเป็นที่วิพากษ์วิจารณ์อย่างกว้างขวาง เมื่อสื่อท้องถิ่นของจังหวัดพิษณุโลก ได้รายงานเรื่องของหญิงไทยรายหนึ่งซึ่งถูกคุมขังอยู่ที่ประเทศโอมาน หลังเธอถูกจับในข้อหาพกยาเข้าเมืองโดยผิดกฏหมาย โดยสื่อดังกล่าวได้มีการเผยแพร่ข้อมูล ซึ่งเป็นจดหมายเขียนด้วยลายมือของเธอเพื่อขอความช่วยเหลือ ก่อนแอบโพสต์ลงเฟซบุ๊ก

โดยเมื่อวันที่ 27 ธ.ค. ที่ผ่านมา สื่อออนไลน์หลายแห่งในจังหวัดพิษณุโลกได้รับข้อมูล เป็นจดหมายขอความช่วยเหลือเขียนด้วยลายมือ วอนให้ช่วยเผยแพร่ โดยข้อความในจดหมายดังกล่าว ระบุว่า “ขอความช่วยเหลือ” ฉบับที่ 5 ลงวันที่ 24 ธันวาคม 2559 ข้อความในจดหมายแจ้งว่า ผู้เขียนคือ นางสาวรสสุคนธ์ เนียมกลาง อยู่บ้านเลขที่ 47 หมู่ 14 ต.บ้านดง อ.ชาติตระการ จ.พิษณุโลก ที่ได้เดินทางไปประเทศโอมาน ตั้งแต่เมื่อวันที่ 23 ตุลาคม ที่ผ่านมา

นางสาวรสสุคนธ์ เนียมกลาง

แต่ปรากฏว่ายาที่นางสาวรสสุคนธ์ หรือ “จ๋า” ซึ่งเป็นยารักษาโรคประจำตัวและจ่ายยาโดยโรงพยาบาลพุทธชินราชนั้น มีตัวยาบางตัว เป็นยาต้องห้ามของประเทศโอมาน จึงถูกเจ้าหน้าที่ของโอมานจับ และถูกคุมขังในวันนั้น แม้ว่าทางบ้านจะพยายามหาทางช่วยเหลือ ส่งเอกสารการรักษาจากโรงพยาบาลส่งให้ทางสถานฑูตไทยที่ประเทศโอมาน แต่ก็ยังไม่ได้รับความช่วยเหลือใดๆ

สาวไทยเขียนจดหมายขอความช่วยเหลือ

โดยระหว่างถูกควบคุมตัวตลอด 2 เดือน นางสาวรสสุคนธ์เล่ามาในจดหมายว่า ตนเองไม่ได้กินยา เพื่อรักษาโรคประจำตัวเลย ทำให้อาการเจ็บป่วยเริ่มกำเริบ อีกทั้งยังไม่สามารถสื่อสารกับหมอ ที่โอมานได้เพราะพูดภาษาอังกฤษไม่เก่ง นอกจากนี้เรื่องอาหารก็ได้รับประทานเพียงแค่วันละ 1 มื้อเท่านั้น ไม่มีน้ำดื่ม ทำให้ได้รับความลำบากเดือดร้อนมาก จึงต้องการขอความช่วยเหลือด่วน

นางสาวรสสุคนธ์ เนียมกลาง

ทางด้าน สำนักงานพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ จ.พิษณุโลก และ หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เบื้องต้นได้มีการตรวจสอบข้อมูล ยืนยันว่า เรื่องที่นางสาวรสสุคนธ์ ชาว อ.ชาติตระการ ถูกจับติดคุกที่โอมานเป็นเรื่องจริง และได้รายงานให้หน่วยงานต้นสังกัดทราบเพื่อหาแนวทางช่วยเหลืออย่างเร่งด่วนแล้ว

สาวไทยเขียนจดหมายขอความช่วยเหลือ

สาวไทยเขียนจดหมายขอความช่วยเหลือ

นางสาวรสสุคนธ์ เนียมกลาง

สาวไทยเขียนจดหมายขอความช่วยเหลือ


ขอบคุณข้อมูลและภาพจาก: ADD News, Poon Poon Ja Ja