แม่สงสัย!! ลูกร้องไห้ทุกวันหลังกลับจากโรงเรียน แถมบอกไม่อยากไปแล้ว แม่จึงเอาปากกาอัดเสียงใส่กางเกงลูก ได้ยินความจริงที่ลูกเจอ เป็นใครก็รับไม่ได้!!

เป็นเรื่องราวที่สะเทือนใจเป็นอย่างมาก เพราะกว่าเด็กคนหนึ่งจะโตจนสามารถเข้าเรียนอนุบาลได้นั้น มันยากลำบากมากแค่ไหน แต่พอส่งไปหน้าโรงเรียนในวันแรก ภาพที่ลูกต้องจากอ้อมอกของแม่นั้นทำให้ แม่หลายคนทำใจไม่ได้ กังวลเป็นห่วงร้อยแปดพันเก้า กลัวว่าจะโดนเพื่อนรังแก นี่เป็นภาพแรกที่ยากจะลืมได้

ที่มณฑลหนานจิง ประเทศจีน มีคุณแม่คนหนึ่งหัวใส คิดวิธีหนึ่งได้ โดยเขาเอาปากกาบันทึกเสียง ใส่ไว้ในกระเป๋ากางเกงของลูกสาว และแล้วก็ได้รู้ความจริง

ก่อนหน้าไม่กี่วันที่ผ่านมา คุณแม่คนนี้เห็นลูกสาวหน้าบวมกลับมา เหมือนว่าจะร้องไห้มากเกินไป คุณแม่คนนี้จึงเข้าไปเพื่อจะปลอบโยนลูกสาว แต่ลูกสาวก็กลับบอกว่า "พรุ่งนี้หนูไม่อยากไปโรงเรียนแล้ว" ตอนแรกคุณแม่คนนี้นึกว่าลูกสาวอาจจะไม่คุ้นเคยกับสภาพแวดล้อมใหม่ๆ ทำให้คุณแม่สังเกตพฤติกรรมของลูกมากขึ้น แต่ก็ส่งลูกไปโรงเรียนทุกวันเหมือนเดิม

Advertisement

 

1 วันผ่านไป 2 วันผ่านไป หลังเลิกเรียนกลับมาลูกสาวก็ยังงอแงอยู่ ไม่เพียงเท่านี้ บางครั้งยังเผลอพูดออกมาว่า "คุณครูตีหนู เจ็บมาก หนูไม่อยากไปโรงเรียนแล้ว" คำพูดนี้ทำเอาคุณแม่ถึงกับอึ้ง! และคิดว่าสงสัยลูกสาวคงถูกทารุณอะไรแน่ๆเลย รุ่งเช้าคุณแม่คนนี้จึงแอบเอาปากกาบันทึกเสียงใส่ลงไปในกระเป๋ากางเกงของลูกสาว ก็เป็นจริงดังที่คิดไว้ หลังลูกสาวกลับมา คุณแม่ก็เปิดฟังเครื่องบันทึกเสียง ก็ได้ยินเสียงของคุณครูพูดว่า

121512814627 - แม่สงสัย!! ลูกร้องไห้ทุกวันหลังกลับจากโรงเรียน แถมบอกไม่อยากไปแล้ว แม่จึงเอาปากกาอัดเสียงใส่กางเกงลูก ได้ยินความจริงที่ลูกเจอ เป็นใครก็รับไม่ได้!!

Advertisement

 

"หุบปากเดี๋ยวนี้! ใครพูดมากก็จะไม่ได้กินข้าว ได้ยินหรือยัง หุบปาก แนะๆ พูดแล้วยังจะมองหน้าอีก ไม่เคยเห็นปีกไก่หรือไง เอ้า ดูซะ!"

"ถึงปานนี้แล้วยังไม่นั่งอีกหรอ นั่งให้เรียบร้อย ร้องอีก ยังร้องอีก ร้องอยู่ได้ ยังจะกล้าร้องอีกไหม?" ในชั้นมีครู 2 คน คนหนึ่งเป็นเจ้าหน้าที่พยาบาลของโรงเรียน ฟังจากเสียงแล้วน่าจะเป็นคุณครูอีกท่านที่กำลังพูดคุยกับเด็กนักเรียน โหดมาก บางทียังลงไม้ลงมือกับเด็กอีกด้วย

Loading...

"บอกให้ใส่เสื้อผ้า ยังไม่รีบๆใส่อีก"

"เปี้ยะ (เสียงตี) ยังจะมาร้องอีก"

Advertisement

 

"เปี้ยะ (เสียงตี) ยังกล้าร้องไห้อีกไหม ถ้ายังร้องอีกก็ไสหัวออกไปเลย" เสียงตี ดังฟังชัดมาก ใครได้ยินก็รู้ว่ากำลังใช้มือตบตีเด็ก

เมื่อนำเสียงที่บันทึกได้ไปถามผู้อำนวยการโรงเรียน คุณครูคนนั้นก็รีบอกมาแก้ต่างว่า "เพราะเด็กซนมาก ควบคุมยากมาก ยอมรับว่าตนเองควบคุมอารมณ์ไม่อยู่ ทั้งทางวาจาและพฤติกรรม ทั้งที่ตนเองไม่เคยตีเด็กมาก่อน เสียงตีที่ได้ยิน คือเสียงตีมือเด็ก ไม่ได้ตบหน้าเด็ก"

แต่ที่เกินกว่านั้นคือ ครั้งแรกที่แจ้งทางโรงเรียนให้ทราบ พวกเขากลับบอกว่าปกติที่โรงเรียนไม่มีกล้องวงจร ทำให้ไม่สามารถรู้ได้ว่าคุณครูตบตีเด็กจริงหรือไม่? ทำให้ไม่ได้ลงโทษคุณครูคนนั้นปล่อยให้เรื่องผ่านไปอย่างเงียบๆ คุณแม่ท่านนี้จึงโกรธมากแล้ว วันรุ่งขึ้นทำเรื่องย้ายโรงเรียนให้ลูกทันที เพราะแม่คนนี้รู้สึกว่าโรงเรียนแห่งนี้ไม่มีความน่าเชื่อถือจากข้อสังเกตเล็กๆ น้อยๆ นี้ทำให้รู้เลยว่า แม่เป็นเหมือนทูตสวรรค์ที่คอยปกป้องลูกน้อยของตนเองอยู่ แม่คนไหนจะทนดูให้ลูกไปโรงเรียนแบบนั้นได้


ขอบคุณข้อมูลและภาพจาก: Liekr