Advertisement

นาทีระทึก!! รถชนสาวท้องแก่ อดีตพยาบาลผ่านมาช่วย CPR สุดท้ายทำเอาญาติถึงกลับถึงกับหลั่งน้ำตา!!

รถชนสาวท้องแก่

เป็นเหตุการณ์สุระทุกเป็นอย่างมาก เมื่อวันที่ 29 พ.ย. ร.ต.อ.ณัฐพงษ์ กัลปนารถ รอง สว.(สอบสวน) สภ.บางระกำ จ.พิษณุโลก รับแจ้งมีอุบัติเหตุรถบรรทุกพ่วงเฉี่ยวชนกับรถจักรยานยนต์มีผู้บาดเจ็บสาหัส บนถนนทางหลวงหมายเลข 117 พิษณุโลก-นครสวรรค์ (ขาเข้าเมือง) หมู่ 6 บ้านหนองนา ต.บ่อทอง อ.บางระกำ

หลังรับแจ้งจึงรุดไปตรวจสอบพร้อมหน่วยกู้ภัยมูลนิธิประสาทบุญสถานและกู้ชีพโรงพยาบาลมหาวิทยาลัยนเรศวร ที่เกิดเหตุเป็นช่วงคอสะพานพบรถจักรยานยนต์ยี่ห้อฮอนด้า รุ่นสกู๊ปปี้ไอ สีชมพู-ดำ ทะเบียน 1 กฉ 3499 ตรัง สภาพล้มคว่ำอยู่ริมถนน ห่างออกไปเล็กน้อยพบรถบรรทุกพ่วงขนาด 22 ล้อ ยี่ห้อฮีโน่ สีขาว ทะเบียนหัวลาก 63-6411 กทม. ทะเบียนลูกพ่วง 63-8710 กทม. จอดอยู่ริมทาง โดยมีนายสมัย พันทอง อายุ 59 ปี ชาว จ.พิจิตร เป็นคนขับยืนรอให้การเจ้าหน้าที่ตำรวจอยู่จุดเกิดเหตุ

นาทีระทึก!! รถชนสาวท้องแก่ อดีตพยาบาลผ่านมาช่วย CPR สุดท้ายก้มกราบแทบไม่ทัน!!

นอกจากนี้พบผู้บาดเจ็บเป็นสาววัยรุ่นท้องแก่ใกล้คลอดอายุครรภ์ประมาณ 8 เดือน นอนหมดสติอยู่ที่พื้นถนน ทราบชื่อต่อมา คือ นางอริสรา ทองดี อายุ 26 ปี และบุตรชายวัย 3 ขวบ ซึ่งเป็นลูกสะใภ้และหลานของนายพาน ทองดี ผู้ใหญ่บ้านหมู่ 6 บ้านหนองนา มีบาดแผลรอยถลอกฟกช้ำตามร่างกายหลายแห่ง เลือดไหลออกจมูกและปาก

Advertisement

 

นาทีระทึก!! รถชนสาวท้องแก่ อดีตพยาบาลผ่านมาช่วย CPR สุดท้ายก้มกราบแทบไม่ทัน!!

โชคดีที่มีพลเมืองดี คือ นางพรสวรรค์ ศิริสินเลิศ อายุ 60 ปี อดีตพยาบาลบำนาญของโรงพยาบาลแห่งหนึ่ง ขับรถยนต์ผ่านมาประสบเหตุพอดี และเข้าช่วยเหลือทำการปั้มหัวใจเพื่อเยื้อชีวิตจนฟื้นขึ้นมา ท่ามกลางความโล่งอกของบรรดาไทยมุงที่คอยยืนเฝ้าให้กำลังใจ กู้ภัยจึงเร่งนำตัวส่งต่อไปรักษาที่โรงพยาบาลมหาวิทยาลัยนเรศวร

ได้รับการสนับสนุน
Loading...

นาทีระทึก!! รถชนสาวท้องแก่ อดีตพยาบาลผ่านมาช่วย CPR สุดท้ายก้มกราบแทบไม่ทัน!!

Advertisement

 

สอบสวนทราบว่า ขณะเกิดเหตุนางอริสราพร้อมกับบุตรชาย ได้ขี่รถจักรยานยนต์มาตามถนนสายดังกล่าวและกำลังจะขึ้นช่วงคอสะพานที่แคบ แต่ขณะนั้นมีรถบรรทุกพ่วงขับตามมาด้านหลังไม่สามารถเบรคได้ทันหรือหักหลบไปอีกเลนหนึ่งได้ เนื่องจากมีรถยนต์ขับขนาบข้างพอดี จึงเป็นเหตุทำให้เฉี่ยวชนจนรถจักรยานยนต์ล้มคว่ำมีคนเจ็บในที่สุด

เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ตำรวจจะสอบปากคำเพิ่มเติมพร้อมหาหลักฐานในคดีอย่างละเอียดอีกครั้ง เพื่อสรุปหาสาเหตุที่แท้จริงดำเนินการตามกฎหมายต่อไป


ขอบคุณข้อมูลและภาพจาก: Khaosod

Loading...