Advertisement

ตูบแสนซื่อสัตย์ยังเฝ้าอยู่ข้างหลุมศพเจ้านายไม่ยอมไปไหน แม้เวลาจะผ่านไปแล้วถึง 11 ปี

สุนัขซื่อสัตย์

เรียกได้ว่าเป็นอีกหนึ่งเรื่องราวสุดสะเทือนใจสำหรับผู้ที่มีโอกาสได้เข้ามาในพื้นที่สุสานของเมืองวิลลา คาร์ลอซ พาซ แห่งประเทศอาร์เจนตินา เมื่อพวกเขาได้พบกับ เจ้ากัปตัน สุนัขพันธุ์เยอรมันเชพเพิร์ด ที่ยังคอยวนเวียนอยู่รอบๆ หลุมฝังศพของผู้เป็นเจ้านายแสนรัก ไม่ยอมจากไปไหน ราวกับจะรอให้เจ้านายฟื้นคืนกลับมาหามันอีกครั้ง แม้ว่า มิเกล กันซ์แมน ผู้เป็นเจ้านายจะตายจากมันไปนานกว่า 11 ปี แล้วก็ตาม

โดยเมื่อวันที่ 14 ส.ค. ที่ผ่านมา เว็บไซต์อ็อดดิตี้เซ็นทรัล เปิดเผยว่า นับตั้งแต่ปี 254 ที่ มิเกล กันซ์แมน ได้เสียชีวิตลงไป เจ้ากัปตันสุนัขที่เขาเลี้ยงไว้ก็ได้หายออกจากบ้านไปอย่างไร้ร่องรอย จนกระทั่งอีกหลายเดือนต่อมา เวโรนิก้า ภรรยาของมิเกลได้มาพบกับเจ้ากัปตันอยู่ที่สุสานแห่งนี้ ในขณะที่เธอมาเยี่ยมหลุมศพของสามี

แม้ว่าเวโรนิก้ากับลูกชายจะพยายามพาเจ้ากัปตันกลับบ้านหลายต่อหลายครั้ง แต่มันก็ยังจะวิ่งกลับมาอยู่ที่ข้างหลุมศพของผู้เป็นเจ้านายเสมอ มันทำแบบนี้ครั้งแล้วครั้งเล่า เพื่อกลับมานั่งเฝ้าและเดินวนเวียนอยู่รอบๆ หลุมศพของมิเกล ราวกับรอให้เขาฟื้นขึ้นมาลูบหัวลูบหางมันอีกครั้ง จนในที่สุดเวโรนิก้าก็ตระหนักได้ว่า คงไม่มีใครสามารถเติมเต็มช่องว่างในใจของสุนัขตัวนี้ได้ สิ่งเดียวที่พวกเขาทำได้ก็คือการปล่อยให้มันได้อยู่ข้างกายเจ้านายของมัน และคอยดูแลมันอยู่ห่างๆ เท่านั้น

Advertisement

 

หลังจากวันเวลาแห่งการรอคอยผ่านไปหลายปี ความจงรักภักดีของกัปตันก็ยังชนะใจผู้ดูแลสุสานดังกล่าว เขาจะคอยช่วยดูแลให้มันได้มีอาหารกิน และได้ฉีดวัคซีนครบตามกำหนดทุกปี อย่างไรก็ตามหนึ่งในสิ่งที่คาใจผู้ดูแลสุสานมาตลอดก็คือ เจ้ากัปตันหาหลุมศพเจ้านายมันพบได้อย่างไร ในเมื่อมิเกลผู้เป็นเจ้านายของมันเสียชีวิตที่ต่างเมือง ก่อนถูกนำมาฝังยังสุสานแห่งนี้ สิ่งที่เกิดขึ้นจึงทำให้เขาคาดว่า อาจมีความเชื่อมโยงทางจิตวิญญาณบางอย่างระหว่างสุนัขกับเจ้าของ ที่นำพาเจ้ากัปตันมายังสุดสานแห่งนี้

ทั้งนี้เรื่องราวความจงรักภักดีของเจ้ากัปตัน ได้กลายมาเป็นข่าวดังทั่วโลกครั้งแรกเมื่อปี 2555 ผู้คนต่างก็ซาบซึ้งและสะเทือนใจกับเรื่องราวของสุนัขตัวนี้ ที่ยังคงรักและไม่ลืมเจ้านายของมัน ยังขอมาเฝ้าเขาในทุกๆ วันแม้เวลาจะผ่านไปนานร่วม 6 ปี อย่างไรก็ตามจนถึงตอนนี้ในปี 2560 นับเป็นเวลา 11 ปี ที่มิเกลไม่ได้อยู่บนโลกใบนี้ แต่เจ้ากัปตันก็ยังคงทำหน้าที่ของมันต่อไป นั่นก็คือการเฝ้ารอผู้เป็นเจ้านายที่ไม่มีวันกลับมาอย่างแข็งขันในทุกๆ วัน

Advertisement

 

อย่างไรก็ตาม ถึงแม้เจ้ากัปตันจะได้รับการดูแลเป็นอย่างดีและได้รับการพาไปหาสัตวแพทย์เสมอเมื่อจำเป็น แต่ก็ไม่มีใครสามารถเอาชนะกาลเวลาได้ ปัจจุบันเจ้ากัปตันเป็นหมาแก่ที่อายุมากถึง 15 ปี แล้ว ทำให้สภาพร่างกายของมันเริ่มจะย่ำแย่ มันเดินไปไหนแทบจะไม่ไหว ตาแทบจะมองไม่เห็นแล้ว แต่สิ่งต่าง ๆ ล้วนไม่สามารถทำลายหัวใจอันภักดีของมัน ที่ยืนยันจะรอเจ้านายผู้เป็นที่รักไปได้เลย


ขอบคุณข้อมูลและภาพจาก: Kapook

Loading...
แบ่งปัน